สีชัง น้ำใสใจระรื่น 1 คืน 2 วัน

     เกาะสีชัง สามารถเที่ยวได้ทั้งแบบ 1 วันหรือค้างคืน  หรือจะอยู่แบบเป็นอาทิตย์เป็นเดือนล้วนแล้วแต่สามารถทำได้ทั้งสิ้น เพราะเกาะแห่งนี้มีรายละเอียดปลีกย่อยที่จะทำให้คุณหลงใหลแบบถอนตัวไม่ขึ้น ด้วยความเป็นเกาะที่มีความเป็นมายาวนานเป็นเกาะที่มีความงามทางธรรมชาติอันหลากหลาย เป็นเกาะที่ผู้คนมีความเป็นมิตรและเป็นกันเอง เป็นเกาะที่อุดมสมบูรณ์ด้วยอาหารทั้งพื้นบ้านและอาหารทะเล  เป็นเกาะที่ยามค่ำคืนเงียบสงบและมีความปลอดภัยสูง อีกหลากหลายเหตุผลที่จะทำให้คุณรักเกาะสีชัง เรามาดูกันว่าเวลา 1 คืน 2 วัน เราพบเจอกับความสุขสนุกสนานขนาดไหนบนเกาะแห่งนี้ 

  • ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่  ไม่ว่าคุณจะมาพักที่เกาะแห่งนี้กี่วันหรือนานเท่าไร สถานที่แรกควรเป็นการสักการะองค์เจ้าพ่อเขาใหญ่อันศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นจึงค่อยเดินทางท่องเที่ยวได้อย่างสบายใจ 
  • พระจุฑาธุชราชฐาน แนะนำว่าให้เดินทางไปพระราชวังบนเกาะแห่งเดียวของเมืองไทย เพราะเรื่องราวประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม ประเพณี รวมถึงภูมิปัญญา ที่นี่มีให้คุณได้เรียนรู้ศึกษาอย่างครบครัน 
  • หาดถ้ำพัง อ่าวอัษฎางค์ ที่นี่สามารถรับประทานอาหารกลางวัน และ เล่นน้ำยามบ่ายคล้อย พร้อมกับกิจกรรมทางทะเลที่มีไว้ให้ค่อยบริการครบถ้วน
  • แหลมจักรพงษ์ ชมพระอาทิตย์ตก เชื่อกันว่าแหลมแห่งนี้เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่การชมดวงตะวันลับขอบฟ้าสวยไม่แพ้ที่ใด ยิ่งได้ชมกับคนรู้ใจ แหลมจักรพงษ์จะถูกบันทึกในความทรงจำของคุณไปอีกนานแสนนาน
  • สะพานท่าเทียบเรือเกาะสีชัง (ท่ากลาง) หลังจากอาบน้ำเสร็จ กิจกรรมยามค่ำคืนที่ได้นักท่องเที่ยวนิยมทำกัน คือการตกปลา หรือ ตกปลาหมึก อุปกรณ์สามารถหาซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไปภายในเกาะ ระหว่างตกปลาสามารถชมประภาคารเปลี่ยนสีที่มีความโดดเด่นในยามค่ำคืน แล้วคุณจะรู้ว่าความสงบของชีวิตที่นี่มีดีอีกหลายอย่าง

วันที่ 2

  • รอยพระพุทธบาท รุ่งอรุณของเช้าวันใหม่ไม่ควรพลาดในการขึ้นไปกราบไหว้ รอยพระพุทธบาทอันศักดิ์สิทธิ์ ตลอดจนตีระฆังในยามเช้าเพื่อเอาฤกษ์เอาชัยให้กับชีวิต และถ่ายภาพเป็นที่ระลึก
  • ยอดเขาพระจุลจอมเกล้า หลังจากนมัสการรอยพระพุทธบาทเรียบร้อย เดินขึ้นไปตามทางที่บอกไว้ โดยระหว่างทางจะพบศิลาจารึกพระปรมาภิไธย ของเสด็จพ่อ ร.5  และเมื่อขึ้นไปถึงลานหินบนยอดเขาพระจุลจอมเกล้าจะสามารถมองวิว ได้ 360 องศา ในวันที่ฟ้าเปิดจากบริเวณลานหินนี้สามารถมองเห็นไกลถึงจังหวัดเพชรบุรี
  • หาดหินหมวดศิลา เริ่มต้นที่วัดจุฑาทิศธรรมสภารามวรวิหาร พระอารามหลวงที่อยู่เหนือท่าภาณุรังสีขึ้นไป บริเวณหลังวัดจะมีถนนปูนซีเมนต์เล็กๆ เรียบทะเล ไปจนถึงสิ่งปลูกสร้างไม้ร่วมสมัยที่ยื่นลงทะเลไป บริเวณด้านล่างเป็นชายหาดหินกลมสามารถลงเล่นน้ำได้อีกด้วย
  • ปลายแหลมวชิราวุธ บริเวณปลายสุดแหลมมหาวชิราวุธคล้ายกับแหลมพรหมเทพ แต่เล็กกว่าเป็นแหลมที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของเกาะสีชังมีสะพานที่ทอดยาวยื่นออกไปยังแหลม ประดับด้วยโคมไฟรูปหงส์ตลอดระยะทางนักท่องเทียวนิยมไปชมพระอาทิตย์ตกกันบริเวณนี้จำนวนมาก ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของเกาะสีชัง
  • ท่ายายทิม จากนั้นเราไปทิศใต้สุดของเกาะ ความหลากหลายทางธรรมชาติด้วยทิวทัศน์อันแปลกตาที่เกิดจากการระเบิดหินทำให้สถานที่แห่งนี้ถ่ายรูปแล้วมีความสวยงามผิดตาไปกว่าเกาะโดยทั่วไป ระหว่างทางจะผ่านอุโมงค์ต้นไม้ที่ให้ความร่มรื่น บริเวณท่ายายทิมยังเป็นจุดที่มีทางเชื่อมไปสู่เกาะยายท้าว หรือทะเลแหวกของเกาะสีชังอีกด้วย
  • ตลาดบ้านเทววงษ์ ก่อนกลับไม่พลาดการซื้อของฝากอันหลากหลาย ทั้งของสด ของแห้ง ของที่ระลึก ฯลฯ มีคอยให้บริการอยู่เป็นจำนวนมาก สนนราคาก็ไม่แพงอย่างที่คิด (สำหรับมอเตอร์ไซด์เช่านั้นสามารถคืนได้ที่ท่าเรือเทววงษ์เลย)

เกาะสีชังยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่ซ่อนตัวอยู่อีกหลายแห่ง รวมถึงเกาะบริวารอันน่าสนใจ ต้องบอกว่าเวลา 2 วัน 1 คืน หากคุณสามารถเที่ยวได้ครบตามรู้ดติ้งที่เราแนะนำถือว่าคุณรู้จักเกาะแห่งรักนี้มากขึ้นไปอีก แต่ยังไม่ทั้งหมดหรอก เพราะเวลาหลายร้อยปี ย่อมรวมเรื่องราวต่างๆไว้อย่างมากมาย ทำอย่างไรถึงจะเห็นได้ครบ มีทางเดียวคือ...กลับมาหาสีชังอีกครั้ง

สีชังเที่ยวง่าย... ภายใน 1 วัน

     เกาะสีชัง สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ภายในวันเดียว จากฝั่งศรีราชาใช้เวลาเพียง 45 นาที นักท่องเที่ยวก็จะถึงจุดหมาย คือ ท่าเรือเทววงษ์ สามารถเช่ารถมอเตอร์ไซด์รับจ้าง หรือ ใช้บริการรถสกายแล็ป เพื่อไปยังสถานที่ต่างๆบนเกาะแห่งนี้ สำหรับการเดินทางมาเที่ยวภายในหนึ่งวันแต่ต้องการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ภายในเกาะให้มากที่สุด แนะนำให้เดินทางมาถึงเกาะโดยเรือเที่ยวแรก ด้วยเรื่องราวมากมายบนสถานที่อันเป็นประวัติศาสตร์และความน่าสนใจมีมากมายให้ค้นหา จุดแรก

  • ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่

สิ่งศักดิ์สิทธิ์อันมหัศจรรย์ศูนย์รวมใจของชาวเกาะสีชัง รวมไปถึงพ่อค้า นักเดินทางต่างๆ ล้วนต่างนิยมขึ้นมากราบไหว้ขอพรเพื่อความเป็นศิริมงคล โดยเฉพาะบริเวณกระถางธูปใหญ่ด้านหน้าปากถ้ำขององค์เจ้าพ่อเขาใหญ่ ถือได้ว่าเป็นจุดที่รับพลังงานดีจึงควรเป็นสถานที่แรกที่ควรไปสักการะ

  • รอยพระพุทธบาท

โบราณสถานที่สูงที่สุดของเกาะสีชัง สถานที่ประวัติศาสตร์อันมีความสวยงาม นิยมขึ้นไปกราบไหว้ในช่วงเช้า เนื่องจากบริเวณสถานที่ตั้งนั้นอยู่ทางทิศเหนือของเกาะ  ทำให้ได้รับแสงแรกแห่งวันก่อนสถานที่ใดในเกาะ เพื่อความโชคดีในการเดินทางท่องเที่ยวตลอดทริป โดยในช่วงเช้านั้นบริเวณรอยพระพุทธบาทสามารถถ่ายรูปได้สวยในทุกมุมมอง เชิญพิสูจน์ความงามยามเช้าได้เลย

  • ช่องอิศริยาภรณ์ (ช่องเขาขาด)

จุดชมวิวที่สร้างความรู้สึกอันดี สามารถทำให้นักท่องเที่ยวได้ดื่มด่ำกับสายลมและแสงแดด บรรยากาศอันอบอวลด้วยความรักในอดีต เรื่องราวต่างๆ ได้เล่าผ่านโบราณสถานอันโรแมนติก สะพานปูนสีขาวที่ทอดตัวยาวไปตามหน้าผาหิน อบอวลด้วยเรี่องราวเล่าขาน ที่ยังคงเหลือไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาและเยี่ยมเยือนต่อไป

  • พระจุฑาธุชราชฐาน (พระราชวัง)

พระราชวังแห่งเดียวในไทยที่สร้างอยู่บนเกาะ คงต้องบอกว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่พลาดหากมาเยือนบนเกาะแห่งนี้ ด้วยเรื่องราวต่างๆ มีความน่าสนใจและเป็นประโยชน์ต่อนักท่องเที่ยวผู้ที่สนใจอย่างมาก ปัจจุบันที่นี่ยังได้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์พระจุฑาธุชราชฐาน รวบรวมเรื่องราวพระราชกรณียกิจต่างๆ ของรัชกาลที่ 5 และพระบรมวงศ์ศานุวงศ์บนเกาะสีชัง ไว้อย่างครบถ้วน โดยพลาดไม่ได้กับการถ่ายรูปคู่กับสะพานที่เปรียบเหมือนดั่งอีกหนึ่ง สัญลักษณ์ของเกาะสีชัง คือ สะพานอัษฎางค์ รวมไปถึงโบราณสถานอันสำคัญภายในพระราชฐานอีกเป็นจำนวนมาก เช่น พระเจดีย์อุโบสถ วัดอัษฎางคนิมิตร, เรือนไม้ริมทะเล, เรือนวัฒนา, เรือนผ่องศรี, เรือนอภิรมย์ เป็นต้น

  • หาดถ้ำพัง อ่าวอัษฎางค์

เม็ดทรายขาวทอดตัวยาวจนสุดตา น้ำทะเลใสมองเห็นเบื้องล่างใต้ทะเล เตียงผ้าใบ และร่มกันแดดขนาดใหญ่ กับน้ำปั่นสักแก้วยามบ่ายคล้อย นอนรับลมทะเล ไม่พลาดส้มตำดีๆ สักจานหาทานได้ที่ร้านค้าบริเวณหาดนี้ ชั่วครู่ดวงตะวันก็จะบอกลาคุณเพื่อวันพรุ่งนี้จะกลับมาทำหน้าที่ใหม่ นั่งชมความงามของดวงอาทิตย์ตก ณ หาดถ้ำพัง จะหาสุขใดปาน

       เมื่อกิจกรรมนี่เสร็จสิ้น  จึงแปลว่าคุณควรเดินทางกลับไปที่ท่าเรือเทววงษ์ นั่นแหละจึงจบทริปเที่ยวเกาะสีชังใน 1 วัน รับประกันได้ว่าคุณต้องกลับมาเยือนสีชังอีกครั้งอย่างแน่นอน เพราะยังมีเรื่องราวอีกมากมายให้คุณค้นหาอีกเพียบ



เกาะสีชัง | Koh Sichang | ชีวิตติดเกาะ

ไปเที่ยวกัน :)

เริ่มต้นการเดินทาง เราค่อนข้างจะกังวลเรื่องรถติดมาก เลยรีบตื่น อาบน้ำแต่งตัวออกจากบ้าน ตี 5 เพื่อไปขึ้นรถหน้าเมเจอร์รังสิต เราเลือกขึ้นรถตู้จากเมเจอร์รังสิตไป อนุสาวรีย์ฯ (รถตู้ขึ้นทางด่วนถึงไวมากๆ) ถึงอนุสาวรีย์ฯประมาณ 6 โมงกว่าๆ จาก อนุสาวรีย์ฯ เราต้องขึ้นรถตู้ไปยัง “เกาะลอย”


รถตู้รอบแรกจะออก 05:30 รอบสุดท้าย 20:30 ในนามบัตรเขียนว่า รถออกทุก 20 นาที ซึ่งความเป็นจริงไม่ใช่แบบนั้น เค้ารอจนคนเต็มค่อยออก - -* ดีจริงๆ  ค่ารถ คนละ 100 บาท แต่เราโชคดีซื้อตั๋วเสร็จคนเต็มพอดีรถออกเลย


ใช้เวลาจาก อนุสาวรีย์ฯ ไปยัง “เกาะลอย” ประมาณ 1:30 ไปเช้าๆถนนค่อนข้างโล่ง รถทำความเร็วได้สม่ำเสมอ (ลงเกาะลอย สุดสาย) พอถึงท่าเรือจะมีคนนั่งรอจำหน่ายตั๋วเรือ คนละ 50 บาท เราไม่ทราบเวลาเรือออกที่ชัดเจน เพราะไปถึงก็ซื๋อตั๋วขึ้นเรือเลย (เราสามารถสอบถามเวลาเรือได้ พี่คนขายใจดี)


บริเวณท่าเรือ เรือที่เราขึ้นจะเป็นเรือ 2 ชั้น นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเลือกนั่งชั้น 2 เพื่อรับลม + ชมวิว ชั้นล่างค่อนข้างจะทึบงานนี้ใครมาก่อน ก็มีสิทธิ์ได้เลือกก่อน ใครมีสัมภาระเยอะต้องระวังกันนิดนึงเพราะทางเดินไปที่นั่งชั้น 2 ค่อนข้างจะเล็กมาก และเรือก็โยกเยกตลอดเวลา


ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : zambuks   

https://pantip.com/topic/33237390