พิธีปิดฮู็เจ้าพ่อเขาใหญ่


รายละเอียด

ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน การเดินทางค้าขายทางทะเลย่านเกาะสีชังเป็นไปอย่างคึกคัก เรือนับร้อยลำจอดอยู่ในทะเลรอบเกาะเพื่อขนส่งสินค้าเข้า-ออก นับเป็นแหล่งขนถ่ายสินค้าทางทะเลแห่งเดียวของประเทศไทยที่ไม่ต้องใช้ท่าเทียบเรือ ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณเกาะสีชังมีภูมิประเทศที่เหมาะสม คืออยู่ห่างจากชายฝั่งเพียง 12 กิโลเมตร กับยังอยู่ใกล้ปากแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำบางปะกงที่มีชุมชนหนาแน่น นอกจากนี้เกาะสีชังและเกาะบริวารยังเป็นชัยภูมิที่เรือสามารถจอดหลบคลื่นลมได้เป็นอย่างดีประกอบกับร่องน้ำในทะเลบริเวณนี้ลึกมากพอที่เรือสินค้าขนาดใหญ่จะสามารถจอดเทียบได้โดยไม่เกยตื้นหรือหินโสโครก


ในหมู่ของพ่อค้าเรือสำเภาต่างชาติที่มีพ่อค้าชาวจีนพบว่า บริเวณภูเขาหัวเกาะสีชัง ปัจจุบันเรียกว่าเขาคยาศิระ เป็นเขาหินสูงในเวลาค่ำจะปรากฏแสงสว่างสุกใสเป็นที่น่าอัศจรรย์ จึงได้พากันสำรวจพื้นที่และพบถ้ำซึ่งปรากฏหินรูปของเจ้าพ่อเขาใหญ่ในลักษณะนั่งประทับอยู่ จึงเกิดศรัทธาแรงกล้า และได้สักการะบนบานขอให้เจริญรุ่งเรืองทางการค้า เมื่อประสบผลสำเร็จ จึงได้ก่อสร้างเป็นศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ขึ้น โดยมีหลักฐานว่ามีศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่แล้วเมื่อปี พ.ศ. 2435


จากนั้นเรื่องราวของความศักดิ์สิทธิ์ของศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ได้กระจายออกไปอย่างกว้างขวาง ผู้คนที่เคารพเลื่อมใสต่างพากันมาสักการะเป็นจำนวนมากทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเชื้อสายจีน ทั้ง มาเลเซีย สิงคโปร์ ฮ่องกง ไต้หวันและจีน จนกระทั่งคนเกาะสีชังร่วมกับศิษยานุศิษย์จัดงานเทศกาลไหว้เจ้าพ่อเขาใหญ่ขึ้น โดยจะเปิดให้นักท่องเที่ยวได้สักการะในเทศกาลสำคัญคือ

1.ประเพณีรับส้มและปิดฮู้เจ้าพ่อเขาใหญ่ ประมาณก่อนเทศกาลตรุษจีน 2 สัปดาห์ หรือตามฤกษ์ที่เซียนซือกำหนด


ทางขึ้นไปยังศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ จะต้องเดินขึ้นบันไดมังกรทองอีกประมาณ 200 เมตร ระหว่างทางจะมีรูปปั้นองค์เทพโป๊ยเซียน วิหารพระสังกัจจายน์ องค์พุทธเจ้าหลวง ร.๕ องค์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ องค์เจ้าแม่กวนอิม เทพเจ้าไฉ่ซิ่งเอี้ย หรือเทพเจ้าแห่งโชคลาภ ศาลเจ้าอู๋ไต้กง ศาลองค์เทพเจ้าเห้งเจีย ศาลแป๊ะม้า - แป๊ะกง ศาลเจ้าพ่อขุมทรัพย์ และอื่นๆ อีกมากมาย