เกาะสีชัง | Koh Sichang | ชีวิตติดเกาะ

ณ เขตเทศบาลตำบลท่าเทววงษ์ อำเภอเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี

ชลบุรี

ไปเที่ยวกัน :)

เริ่มต้นการเดินทาง เราค่อนข้างจะกังวลเรื่องรถติดมาก เลยรีบตื่น อาบน้ำแต่งตัวออกจากบ้าน ตี 5 เพื่อไปขึ้นรถหน้าเมเจอร์รังสิต เราเลือกขึ้นรถตู้จากเมเจอร์รังสิตไป อนุสาวรีย์ฯ (รถตู้ขึ้นทางด่วนถึงไวมากๆ) ถึงอนุสาวรีย์ฯประมาณ 6 โมงกว่าๆ จาก อนุสาวรีย์ฯ เราต้องขึ้นรถตู้ไปยัง “เกาะลอย”


รถตู้รอบแรกจะออก 05:30 รอบสุดท้าย 20:30 ในนามบัตรเขียนว่า รถออกทุก 20 นาที ซึ่งความเป็นจริงไม่ใช่แบบนั้น เค้ารอจนคนเต็มค่อยออก - -* ดีจริงๆ  ค่ารถ คนละ 100 บาท แต่เราโชคดีซื้อตั๋วเสร็จคนเต็มพอดีรถออกเลย


ใช้เวลาจาก อนุสาวรีย์ฯ ไปยัง “เกาะลอย” ประมาณ 1:30 ไปเช้าๆถนนค่อนข้างโล่ง รถทำความเร็วได้สม่ำเสมอ (ลงเกาะลอย สุดสาย) พอถึงท่าเรือจะมีคนนั่งรอจำหน่ายตั๋วเรือ คนละ 50 บาท เราไม่ทราบเวลาเรือออกที่ชัดเจน เพราะไปถึงก็ซื๋อตั๋วขึ้นเรือเลย (เราสามารถสอบถามเวลาเรือได้ พี่คนขายใจดี)


บริเวณท่าเรือ เรือที่เราขึ้นจะเป็นเรือ 2 ชั้น นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเลือกนั่งชั้น 2 เพื่อรับลม + ชมวิว ชั้นล่างค่อนข้างจะทึบงานนี้ใครมาก่อน ก็มีสิทธิ์ได้เลือกก่อน ใครมีสัมภาระเยอะต้องระวังกันนิดนึงเพราะทางเดินไปที่นั่งชั้น 2 ค่อนข้างจะเล็กมาก และเรือก็โยกเยกตลอดเวลา


ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : zambuks   

https://pantip.com/topic/33237390

เส้นทาง

01 อ่าวอัษฏางค์ (หาดถ้ำพัง) ที่อยู่ : ตำบลท่าเทววงษ์ อำเภอเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี

    อ่าวอัษฎางค์ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า หาดถ้ำพัง โดยคำว่าอ่าวนั้นมีลักษณะเป็นเวิ้งน้ำและเว้าโค้ง ส่วนคำว่าหาดนั้นคือเนินที่ลาดเอียงลงไปในน้ำและมักเป็นเนินทราย หาดถ้ำพังจึงเป็นส่วนหนึ่งของอ่าวอัษฎางค์ แต่ถูกเรียกโดยรวมและเข้าใจตรงกันว่าทั้งสองชื่อนี้เป็นสถานที่เดียวกัน ชายทะเลแห่งนี้นับรวมถึงปลายแหลมสิ่งต่างในรัศมีสายตาเมื่อเรายืนมองอยู่บนหาดชายหาดของที่นี่สามารถเล่นน้ำและทำกิจกรรมทางน้ำได้ดีที่สุดบนเกาะสีชัง


    สำหรับชื่อ "อ่าวอัษฎางค์" นั้นสันนิษฐานว่า เป็นชื่อที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานชื่อชายหาดแห่งนี้ เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ ที่ทรงประชวรและเสด็จแปรพระราชฐานมาประทับเกาะสีชัง จนมีพระอาการดีขึ้นในเวลา 1 เดือน สังเกตได้จากสิ่งก่อสร้าง ที่โปรดเกล้าฯ พระราชทานนามสถานที่ต่างๆ ทั้งพระที่นั่ง ตำหนัก สระ บ่อ ธารน้ำ รวมถึงหน้าผา ฯลฯ จึงกล่าวได้ว่าอ่าวแห่งนี้มีความงดงามด้วยเม็ดทรายที่ขาวละเอียด ทอดตัวอวดโฉมมาแต่ครั้งอดีตจวบจนปัจจุบัน ตั้งอยู่ทางตะวันตกค่อนมาทางใต้ของเกาะสีชัง  ในส่วนของชื่อที่มาของ "หาดถ้ำพัง" จากการสอบถามคนเฒ่าคนแก่เล่ากันว่า ครั้งหนึ่งที่นี่เคยมีถ้ำที่พังตัวลงมาบริเวณชายหาดนั้นเองชาวบ้านจึงขนานนามกันว่าถ้ำพัง และเรียกรวมชายหาดแห่งนี้ว่าชายหาดถ้ำพัง แต่เป็นชายหาดที่มีความโค้งสวยงาม ทางเหนือของหาดมีแหลมถ้ำพัง ทางใต้เรียกว่าแหลมตุ๊กตา ล้วนเป็นสถานที่ที่มีทิวทัศน์ที่งดงามแปลกตาและมีความเฉพาะตัวในส่วนของแหลมถ้ำพัง เป็นจุดที่นักตกปลานิยมไปตกปลา และยังเป็นอีกหนึ่งจุดในการชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงาม และยังได้รับความนิยมจากคู่รักในการรับมนต์เสน่ห์ของดวงอาทิตย์อัสดง ความโรแมนติกที่ยากจะอธิบายเพียงแต่ปล่อยอารมณ์แล้วลองมาชมด้วยตัวเอง


รายละเอียดสถานที่


    หาดทรายโค้งสวยงาม เม็ดทรายขาวละเอียด น้ำทะเลสีครามใส พื้นทรายในทะเลลาดเอียงลงเหมาะสมกับการเล่นน้ำ ปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยวเพราะเท้าสามารถสัมผัสพื้นทรายในระดับน้ำลึกได้ตลอด สุดสัปดาห์จึงพบเห็นครอบครัวมาพักผ่อน ณ หาดถ้ำพังเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่เช้าจรดเย็นกิจกรรมต่างๆ เกิดขึ้นบนหาดทรายและชายทะเลหลากหลาย บริเวณด้านเหนือทั้งหัวและท้ายหาดเป็นหินสลับทราย ช่วงเวลาน้ำขึ้นมองจากมุมสูงลงมาท้องน้ำเบื้องล่าง ความใสสะอาดน้ำทะเลสีครามสะท้อนผืนน้ำทะลุสีฟ้าครามงามสุดบรรยาย หาดถ้ำพังสะกดนักท่องเที่ยวที่รักสายลมแสงแดดให้อยู่กับชายหาดแห่งนี้ได้ตลอดวัน ด้วยร้านค้าและกิจกรรม ตั้งแต่เช้าจรดเย็นยิ่งมากันเป็นหมู่คณะหรือครอบครัว หาดถ้ำพังตอบสนองได้ทุกความต้องการของคนรักทะเล ชีวิตกลางแจ้งของชายหาดในช่วงเช้ากับร้านอาหารที่มีหลากหลายให้เลือกรับประทาน ทั้งด้านบนเชิงเขา หรือเตียงผ้าใบริมชายหาดเริ่มให้บริการกันแต่เช้าตรู่ ทั้งเล่นน้ำทะเลกิจกรรมชายหาด สายๆ หน่อยรับเครื่องดื่มเย็นๆ สักแก้ว นอนเตียงผ้าใบกับหนังสือดีๆ สักเล่ม ช่วงพักเที่ยงชิมส้มตำ และยำประเภทต่างๆ รสชาติจัดจ้าน บ่ายคล้อยน้ำปั่นสักแก้วกับรสชาติอันลงตัว เสิร์ฟพร้อมบริการนวดชายหาดและการตอกเส้นที่จะทำให้นอนชิวชมวิวทะเลจมหายไปกับวันพักผ่อนอันมีค่า ตกเย็นเล่นน้ำอีกครั้ง พร้อมที่จะหมดวันกับการชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าสวยที่สุดจุดหนึ่งของเกาะแห่งความรัก ณ ชายหาดถ้ำพัง


ร้านอาหารและบริการ

  1. ร้านอาหารตามสั่ง, ส้มตำ น้ำตก
  2. ร้านยำต่างๆ
  3. ร้านน้ำปั่นผลไม้หลายชนิด
  4. ร้านน้ำแข็งใส
  5. ร้านผลไม้สด
  6. ร้านกาแฟและเครื่องดื่ม
  7. ร้านขายของที่ระลึก
  8. บริการนวดบริเวณชายหาด
  9. บริการห้องพัก
  10. เรือตกปลา คันเบ็ดพร้อมเหยื่อ


กิจกรรม


  • การตกปลา อ่าวอัษฎางค์ยังเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าใจเพราะทั้งบริเวณหัวหาดท้ายหาด โขดหินหาดทราย ซอกมุมหินต่างๆ ล้วนแล้วแต่เป็นชัยภูมิที่ตั้งอันเหมาะสมในการตกปลา กระแสน้ำบริเวณรอบเกาะสีชังมีความเหมาะสมสำหรับการตกปลาเป็นอย่างมาก ยิ่งเป็นการตกปลาที่ทัศนียภาพที่งดงามรวมทั้งแหล่งปลาที่ชุกชุม พรานเบ็ดสมัครเล่นย่อมสร้างความเพลิดเพลินกับกีฬากลางแจ้งท้าท้ายความอดทนสติปัญญาในการที่เอาชนะปลาอ่าวแห่งนี้ หากต้องการเช่าเหมาลำเรือออกไป สามารถติดต่อเรือได้ ทั้งกลางวันและกลางคืน มีบริการหาเหยื่อ เช่าคันเบ็ดตกปลาพร้อมเสร็จสรรพ
  • การพายเรือคายัค ชมความสวยงามและสมบูรณ์ทางธรรมชาติอ่าวอัษฎางค์ หาดถ้ำพัง แหลมถ้ำพัง การพายเรือในขณะเวลาตะวันยอแสงลับหาไปไหนทะเลเกินบรรยายที่ชายหาดถ้ำพัง ครบทุกคุณสมบัติของการพักผ่อนด้วยเรือคายัคเข้าถึงทุกรายละเอียด น้ำ ฟ้า ฝั่ง อย่างลงตัว
  • การนวดผ่อนคลายบริเวณเตียงผ้าใบ พิเศษสุดกับการตอกเส้นด้วยไม้ ใช้การสั่นสะเทือนจากไม้เข้าสู่ร่างกายผ่อนคลายกับนวดไทย
  • เล่นน้ำ, อาบแดด ให้เวลากับวันพักผ่อนที่อ่าวอัษฎางค์ ชายหาดที่โค้งเว้าเข้ารูปพระจันทร์เสี้ยว พื้นที่เหมาะสมด้วยความโล่งกว้าง เปิดรับสายลม แสงแดด สร้างสมดุลให้ชีวิตอย่างลงตัว
  • บานาน่าโบ๊ท ให้บริการในทุกวันหยุด และวันที่นักท่องเที่ยวมีจำนวนมาก ตื่นเต้น เร้าใจ ฮา กับการเทกระจาดทิ้งของบานาน่าโบ๊ท ออกกำลังกาย ได้ความสนุก ชมทัศนียภาพของเวิ้งอ่าวในมุมที่ไม่ค่อยมีคนได้สัมผัส


ระยะทาง


    ระยะทางจากท่าเรือเทววงษ์ 2.6  กิโลเมตร

    

ข้อควรระวัง


    ไม่ควรเล่นน้ำโดยลำพัง กรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน พยายามตั้งสติ เรียกผู้พบเห็น


การเดินทาง

  • เส้นทางที่ 1   จากท่าเรือเทววงษ์มาทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ เลี้ยวซ้ายแยกทิวไผ่ไปทางทิศใต้ ประมาณ 1.6 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวซ้าย ไปอีก 1 กิโลเมตร ไปทางหาดถ้ำพัง มีป้ายบอกตลอดทาง ระยะทางจากท่าเรือเทววงษ์ 2.6  กิโลเมตร
  • เส้นทางที่ 2   จากท่าเรือเทววงษ์มาทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ เลี้ยวขวาแยกทิวไผ่ 110 เมตร เลี้ยวซ้ายเข้าถนนมหาใจภักดิ์ขับตรงไป 400 เมตร เลี้ยวขวาอีกครั้ง เลี้ยวขวาเข้าถนนอาภากร 1.3 กิโลเมตร และเลี้ยวซ้าย 120 เมตร ถึงหาดถ้ำพัง ริมชายหาดมีห่วงยาง บานาน่าโบ๊ท เพื่อบริการนักท่องเที่ยว ได้ชื่นชมความสวยงามของชายหาด และให้ความรู้สึกตื่นเต้น เร้าใจ กับกิจกรรมสุดท้าทายในทุกวันหยุด


ข้อควรระวัง


    ไม่ควรเล่นน้ำโดยลำพัง กรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน พยายามตั้งสติ เรียกผู้พบเห็น

02 ถ้ำพระจุลจอมเกล้า (ถ้ำพระ) ที่อยู่ : ตำบลท่าเทววงษ์ อำเภอเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี 20120

รายละเอียด


    เป็นถ้ำที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงค้นพบเมื่อเสด็จประพาสรอบเกาะ เพื่อทอดพระเนตรสถานที่และทิวทัศน์ตามธรรมชาติ และถ้ำนี้อยู่บนยอดเขา      พระจุลจอมเกล้าฯ ได้เสด็จประทับที่ปากถ้ำ และทรงจารึกที่ศิลาปากถ้ำว่า ถ้ำพระจุลจอมเกล้า เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม รศ.110 บนจุดสูงสุดของยอดเขาคือสถานที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระประสงค์จะสลักพระปรมาภิไธยไว้และจุดลดหลั่นตามความสูงของภูเขาด้วยพระนามราชวงศ์อื่นๆตามลำดับ เช่น มีพระประสงค์จะให้      กรมพระยาดำรงราชานุภาพมีพระนามตรงไหล่คยาศิระ


รายละเอียดสถานที่


    อยู่บนยอดสูงสุดของเขาพระจุลจอมเกล้า มีบันไดปูนอย่างดีเดินขึ้นต่อมาจากรอยพระพุทธบาท ด้านบนมองเห็นวิว 360 องศา ทิศตะวันออกเห็นศรีราชาและแหลมฉบัง  ทิศใต้เห็นพัทยา เกาะล้าน เกาะไผ่ ทิศตะวันตกเป็นทะเลเปิด และในวันที่ฟ้าเปิดหากมองไปทิศตะวันตกเฉียงเหนือจะเห็นไกลได้ถึงตึกสูงต่างๆในกรุงเทพ เพราะจุดชมวิวสูงที่สุดบนเกาะสีชัง 192 เมตร  สิ่งสำคัญบริเวณถ้ำพระจุลจอมเกล้าคือพระปรมาภิไธยจารึกบนศิลาหน้าถ้ำแต่ปัจจุบันรอยนี้แทบจะลบเลือนไปหมดแล้ว


คำแนะนำ


    ขึ้นยอดเขาช่วงเช้าๆ จะดีที่สุด เพราะหากขึ้นช่วงบ่าย ความร้อนจากแสงแดดจะทำให้ไอจากทะเลเกิดขึ้นจนบดบังทัศนียภาพได้และถ้าเป็นช่วงเย็นอาจจะมืดจนมองทางไม่ชัด


ข้อควรระวัง


    ผู้ที่เป็นโรคหัวใจหรือกลัวความสูงไม่ควรขึ้นไปเพราะอาจเกิดอันตรายได้


การเดินทาง

  • เส้นทางที่ 1 ระยะทางจากท่าเรือเทววงษ์ 1.6 กิโลเมตร แล้วขึ้นทางเดียวกับรอยพระพุทธบาท
  • เส้นทางที่ 2 ระยะทางจากท่าเรือเทววงษ์ 1.8 กิโลเมตร แล้วขึ้นทางเดียวกับรอยพระพุทธบาท


การขึ้นยอดเขา


    ใช้ทางเดินอยู่ข้างๆมณฑปพระพุทธบาท ระยะทางประมาณ 300 เมตร กับบันไดประมาณเกือบ 400 ขั้น บางช่วงเป็นทางเดินตามแนวป่า พอขึ้นไปถึงจะเป็นทางเดินไป    อีกไม่ไกล เส้นทางเดียวกับทางขึ้นพระพุทธบาทแต่ทางขึ้นค่อนข้างชันต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เมื่อถึงแล้วเดินขึ้นบันไดไปอีกสักพักใหญ่ๆ

03 ช่องอิศริยาภรณ์ (ช่องเขาขาด) ที่อยู่ : ตำบลท่าเทววงษ์ อำเภอเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี 20120

รายละเอียด


    ช่องอิศริยาภรณ์ (ช่องเขาขาด) ตั้งอยู่ตำแหน่งด้านหลังเกาะทางทิศตะวันตกติดกับแหลมมหาวชิราวุธ เป็นช่องเขาใหญ่ที่อยู่ระหว่างยอดมหาวชิราวุธกับยอดยุคล มีทางเชื่อมกับถนนเสาวภา ผ่านช่องไปออกทะเลที่แหลมมหาวชิราวุธ หากอยู่กลางทะเลจะเห็นความสวยงามทางธรรมชาติเป็นภาพเขาที่ขาดออกจากกัน แต่หากชมวิวทิวทัศน์จากบนเกาะบริเวณนี้ก็สามารถชมความงดงามของท้องทะเล เกลียวคลื่นกระทบหินผาอันสูงชันที่เรียกว่า เทือกศิลามหาวชิราวุธ อันเป็นมุมที่ชมความงามได้ถึง 360 องศา มองเห็นทั้งเกาะ หน้าผา ทะเล รวมถึงสิ่งปลูกสร้างทางประวัติศาสตร์ ถือเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยที่สุดบนเกาะสีชัง


ช่องอิศริยาภรณ์ กับความสำคัญทางประวัติศาสตร์


    ชื่อเดิมที่ชาวเกาะสีชังนิยมเรียกบริเวณนี้ว่า “ช่องเขาขาด หาดหินกลม” เนื่องจากหากเดินเรือกลางทะเลมองเข้ามาจะเห็นภาพเขาที่ขาดออกจากกัน ในส่วนของชายหาดมีหินลักษณะกลม ซึ่งเกิดจากอิทธิพลของลมที่พัดจากทิศตะวันตกไปทิศตะวันออกในช่วงเดือนมีนาคม – กันยายน (ปัจจุบันไม่มีหินก้อนกลมแล้ว)  หากมองในด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมช่องอิศริยาภรณ์ จัดอยู่ในส่วนของอัษฎางคะวัน ซึ่งมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์บนเกาะสีชังเป็นอันมาก


    อัษฎางคะวัน คือ พื้นที่สวนขนาดใหญ่บนเกาะสีชัง บนเนื้อที่ 800 ไร่ ที่สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 อันเป็นการแสดงความ      ปรีชาญาณในรัชกาลที่ 5 ที่มีพระราชดำริให้มีสวนขนาดใหญ่ที่ร่มรื่นสำหรับผู้คนที่ได้มาพักผ่อน โดยพระราชทานนามว่า อัษฎางคะวัน หรือ อัษฎางควัน ... อัษฎางคะวันมีสภาพธรรมชาติที่งดงามหลากหลาย ทั้งแหลม เนินเขา โขดหิน ถ้ำ ผา ต้นไม้ ฯลฯ รวมถึงชื่อเรียกสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ในสมัยนั้น โดยรัชกาลที่ 5 ทรงพระราชทานชื่อเรียกต่างๆ ตามพระนามและนามบุคคลต่างๆ ที่มีส่วนร่วมในการก่อสร้าง ซึ่ง “ช่องอิศริยาภรณ์” ถือเป็นส่วนหนึ่งใน "อัษฎางคะวัน" นี้ด้วย


    ชื่อช่องอิศริยาภรณ์นั้น ได้รับชื่อตามพระนามของ พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าอิศริยาภรณ์ พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 กับเจ้าจอมมารดา หม่อมราชวงศ์เกสร ประสูติเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ.2431 สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2435 พระชันษา 5 ปี 


    ปรากฏหลักฐานในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 8 ถึงการเสด็จพระราชดำเนินเปิดอัษฎางคะวันของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 มีข้อความที่ปรากฏตอนหนึ่งเกี่ยวกับ ช่องอิศริยาภรณ์ว่า ...


    “วันที่ 25 กลางวันมีละคร ครั้นเวลาบ่าย 4 โมงเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกประทับที่ศาลากลาง ....ไปเสด็จขึ้นทางผาอนุวัตร กระบวนข้างในเลยไป        ช่องอิศริยาภรณ์ประทับที่พลับพลาศิลาสรรพสาตร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระดำเนินต่อไปตามทางสรรพาวุธแลทางพรหมสุรินทร์ ไปตามไหล่เขายอดมหาวชิราวุธ ประทับทอดพระเนตรอัษฎางค์ประภาคารที่แหลมมหาวชิราวุธ แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับขึ้นที่แลราชโกษา ทอดพระเนตรวะนะสฐาน แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปช่องอิศริยาภรณ์ ประทับที่พลับพลาศิลาสรรพสารท ทอดพระเนตรน้ำทะเลซัดพลุ่งขึ้นที่เทือกศิลามหาวชิราวุธ ข้างน่าขึ้นบนเนินโสณบัณฑิตย์ มีการเลี้ยงน้ำชา....”


    ด้วยเหตุนี้ในบริเวณ "ช่องอิศริยาภรณ์ (ช่องเขาขาด)" จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่มีสิ่งที่น่าเรียนรู้เป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็น...


    แหลมมหาวชิราวุธ : เป็นแหลมที่มีความสวยงามทางธรรมชาติมีลักษณะคล้ายแหลมพรหมเทพ จ.ภูเก็ต เป็นแหลมที่เชิงเขายอดมหาวชิราวุธใกล้ช่องเขาขาดหรือ          ช่องอิศริยาภรณ์ ได้รับชื่อตามพระนามของสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธฯ พระราชโอรสในพระบามสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระราชเทวี


    เทือกศิลามหาวชิราวุธ : ด้วยเกาะสีชังมีลักษณะทางธรณีวิทยาเป็นเขาหิน 80% ของเกาะ บริเวณนี้จึงเป็นเทือกหินยาวขนาดใหญ่จากช่องอิศริยาภรณ์ไปจรด          แหลมมหาวชิราวุธ ได้รับชื่อตามพระนามของสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ ความสวยงามของเกลียวคลื่นที่ซัดสาดผาหินสูงใหญ่เกิดเป็นความสวยงามทางธรรมชาติที่สร้างความเพลินตาสบายใจได้เป็นอย่างมาก  


    ที่แลราชโกษา : ตั้งอยู่ที่ยอดมหาวชิราวุธ เป็นจุดชมทิวทัศน์บริเวณที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพความสวยงามของอ่าวไทยได้กว้างไกล โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่ รัชกาลที่ 5 ได้ประทับ ณ ที่แลราชโกษา เพื่อทอดพระเนตรพระอาทิตย์ตกน้ำทะเลและคลื่นซักกระทบโขดหิน ที่แลราชโกษา ได้รับการขึ้นทะเบียนโบราณสถานโดยกรมศิลปากร ได้รับชื่อตามราชทินนามของพระราชโกษา นามเดิม หรุ่น วัชโรทัย เป็นบุตรของพระยาราชโกษา (จัน วัชโรทัย)  


    สะพานมหาวชิราวุธ : สะพานนี้ถูกสร้างขึ้นมาภายหลัง โดยเทศบาลตำบลเกาะสีชัง ในปี พ.ศ. 2542 เป็นสะพานคอนกรีตสีขาวที่ทอดยาวไปตามหน้าผาผ่านผืนน้ำใหญ่ทำให้สามารถเดินไปจนสุดถึงปลายแหลมเพื่อยลโฉมดวงตะวันได้ โดยตัวสะพานประดับประดาด้วยไฟรูปหงส์สีทองเป็นทิวแถว


    นอกจากนี้ในอดีต “ช่องอิศริยาภรณ์” ยังมีพลับพลาที่เคยใช้เป็นที่สำหรับดูดาวของรัชกาลที่ 5 นั่นย่อมหมายถึงว่า สถานที่แห่งนี้ในยามรุ่งดูวิวทิวทัศน์ พร้อมพระอาทิตย์อัสดงได้อย่างสวยงาม และสามารถชมพระจันทร์ทอแสงนวลในยามราตรีได้อีกด้วย


    ด้วยสถานที่อันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวทางธรรมชาติ พร้อมบรรยากาศอันเงียบสงบ ลมพัดเย็นสบายตลอด ไม่ว่าจะมุมไหนก็งามพร้อมแก่การถ่ายรูปสวยๆ ยิ่งได้จังหวะเหมาะระดับน้ำขึ้นลงกำลังดีจะเห็นเกลียวคลื่นกระทบหินผาเกิดสีรุ้งสวยงามจับใจ อำลาวันดีๆ กับแสงสุดท้ายของวัน เป็นพลังให้พร้อมชาร์ตแบตให้กับร่างกายเพื่อวันใหม่เสมอ จึงอาจกล่าวได้ว่า ช่องอิศริยาภรณ์ คือ View Point จุดแรกของเกาะสีชังที่สำหรับใช้ดูทุกอย่างบนเกาะแห่งนี้ 


กิจกรรม


  1. ศึกษา เรียนรู้ ท่องเที่ยวในเชิงวัฒนธรรมที่ถูกหลอมรวมกับธรรมชาติได้อย่างกลมกลืน แนบแน่น
  2. ถ่ายรูปสร้างความประทับใจในทุกมุมมอง
  3. ชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า
  4. ร่วมกิจกรรมตกปลาหลากหลายชนิด สะท้อนวิถีชีวิตของชาวเกาะสีชัง

การเดินทาง


  • เส้นทางที่ 1 จากท่าเรือเทววงษ์ ตรงไปเรื่อยๆจนถึงแยกทิวไผ่ แล้วเลี้ยวขวา ตรงมาเรื่อยๆ ช่องอิศริยาภรณ์หรือช่องเขาขาด จะอยู่ทางด้านซ้ายมือ
  • เส้นทางที่ 2 จากท่าเรือเทววงษ์ ขึ้นไปทางศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ ตรงไปเรื่อยๆจะมีซอยข้างโรงพยาบาลแล้วขับตรงมาประมาณ 500 เมตร แล้วเลี้ยวขวาช่องอิศริยาภรณ์หรือช่องเขาขาดจะอยู่ทางด้านขวามือ
  • เส้นทางที่ 3 จากท่าเรือเทววงษ์ ขึ้นไปทางศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ ตรงไปเรื่อยๆจะผ่านเก๋งจีนพระภักดี  ช่องอิศริยาภรณ์หรือช่องเขาขาดจะอยู่ทางด้านซ้ายมือ


ข้อควรระวัง


  • อันตรายไม่ควรกระโดดน้ำเล่นจากด้านบนผา
  • ไม่ขีดเขียนสลักข้อความใดไว้ในสถานที่
  • ไม่นำทรัพยากรธรรมชาติต่างๆ ออกไปนอกสถานที่
04 แหลมมหาวชิราวุธ (ปลายแหลมเขาขาด) ที่อยู่ : ตำบลท่าเทววงษ์ อำเภอเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี 20120

รายละเอียด


     จากเทือกเขามหาวชิราวุธ พลับพลาที่ประทับทอดพระเนตรพระอาทิตย์ตก จะมีแหลมเล็กๆ ทอดตัวยาวลงไปในทะเล ชื่อเดิมเรียกว่าแหลมสลิดแต่ได้เปลี่ยนชื่อเรียกตามยอดเขาวชิราวุธตามพระนามของรัชกาลที่ 6 ว่าแหลมวชิราวุธเนื่องจากเทือกเขายาวจรดแหลมที่ยื่นลงไปในทะเล


รายละเอียดสถานที่


    ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกเลยไปจากช่องอิศริยาภรณ์ (เขาขาด) บริเวณปลายสุดแหลมมหาวชิราวุธคล้ายกับแหลมพรหมเทพ แต่เล็กกว่าเป็นแหลมที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของเกาะสีชังมีสะพานที่ทอดยาวยื่นออกไปยังแหลม ประดับด้วยโคมไฟรูปหงส์ตลอดระยะทางนักท่องเทียวนิยมไปตกปลาและชมพระอาทิตย์ตก เนื่องจากมีทิวทัศน์ที่สวยงามและเป็นโขดหินแหล่งที่อยู่อาศัยของฝูงปลาหลายชนิด


การเดินทาง


  • เส้นทางที่ 1 จากท่าเรือเทววงษ์ ตรงไปเรื่อยๆ จนถึงแยกทิวไผ่ แล้วเลี้ยวขวา ตรงมาเรื่อยๆ ช่องอิศริยาภรณ์หรือช่องเขาขาดจะอยู่ทางด้านซ้ายมือ สามารถเดินลงสะพานไปยังปลายแหลมได้อย่างสะดวก
  • เส้นทางที่ 2 จากท่าเรือเทววงษ์ ขึ้นไปทางศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ ตรงไปเรื่อยๆ จะมีซอยข้างโรงพยาบาลแล้วขับตรงมาประมาณ 500 เมตร แล้วเลี้ยวขวา ช่องอิศริยาภรณ์หรือช่องเขาขาดจะอยู่ทางด้านขวามือ สามารถเดินลงสะพานไปยังปลายแหลมได้อย่างสะดวก
  • เส้นทางที่ 3 จากท่าเรือเทววงษ์ ขึ้นไปทางศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ ตรงไปเรื่อยๆ จะผ่านเก๋งจีนพระภักดี ช่องอิศริยาภรณ์หรือช่องเขาขาดจะอยู่ทางด้านซ้ายมือ สามารถเดินลงสะพานไปยังปลายแหลมได้อย่างสะดวก


คำแนะนำ


  • ควรไปในช่วงเย็นซึ่งจะเป็นเวลาพระอาทิตย์ตกดินพอดี สามารถตกปลาบริเวณปลายแหลมได้
  • เป็นสถานที่สาธารณะสามารถเข้า - ออกได้อย่างสะดวกไม่มีเวลาปิดเปิด มีร้านอาหารให้บริการบริเวณใกล้ๆ